วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ชมวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร


สวัสดีค่ะ  ท่านผู้อ่านทุกท่าน

ทุกท่านสบายดีมั้ยคะ  นี่ก็ใกล้จะหมดปีมะโมง หรือ ปี  พ.ศ.2555  แล้ว  บางท่านก็อาจจะเตรียมตัวเตรียมใจที่จะไปทำบุญทำทานตักบาตรไหว้พระ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว  บางท่านก็ยังไม่ทราบจะทำอะไรดี หรือจะไปที่ไหนดีในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ถ้ายังไม่ทราบว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี  ฉันขอแนะนำสถานที่ที่น่าไปเที่ยวและไปทำบุญทำทานด้วย  ก็คือไปเที่ยวตามวัดต่าง ๆ  ได้ทั้งความเบิกบานใจ อิ่มใจ ได้ชมความสวยงามของพระพุทธรูปอันเป็นองค์แทนของพระพุทธเจ้า  ได้ชมความงามของวัดและปูชนียสถานภายในวัด  แต่ละแห่งก็มีศิลปะและมีความวิจิตรพิสดารไม่เหมือนกัน  ล้วนแต่น่าชมทั้งนั้น  ตัวอย่าง เช่น ไปชมพระบรมธาตุไชยา  ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในวัดพระธาตุไชยาราชวรวิหาร  วันนี้ฉันก็จะขอแนะนำท่านไปรู้จักกับ "วัดพระธาตุไชยาราชวรวิหาร" จังหวัดสุราษฏร์ธานี  บางท่านก็คงจะยังไม่เคยไปทางภาคใต้  ก็ชมรูปภาพกันก่อนนะคะ  เมื่อโอกาสก็ไปชมของจริง

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร  เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก  ชนิดราชวรวิหาร  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ตั้งอยู่เลขที่ 50 ถนนรักษ์นรกิจ หมู่ 3 ตำบลเวียง อำเภอใชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี  พระบรมธาตุไชยาเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุราษฏร์ธานี และเป็นหนึ่งในสามของโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เคารพบูชาของภาคใต้ ได้แก่ พระบรมธาตุไชยา  จ.สุราษฏร์ธานี, พระเจดีย์พระมหาธาตุวัดพระธาตุวรมหาวิหาร จ. นครศรีธรรมราช  และพระพุทธไสยาสน์ในถ้ำคูหาภิมุข บริเวณวัดคูหาภิมุข จ.ยะลา

วัดพระบรมธาตุไชยา เป็นที่ตั้งของโรงเรียนวัดพระบรมธาตุไชยา  โรงเรียนสงฆ์ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ไชยา

ประวัติวัดพระบรมธาตุไชยา

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร  สร้างเมื่อ พุทธศตวรรษที่ 13-14  ในสมัยศรีวิชัย  มีโบสถ์หันไปทางทิศตะวันตก  เป็นโบราณสถาน  รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์เล็ก 4 ทิศ ล้อมรอบด้วยวิหารคต ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดต่าง ๆ โดยรอบทั้ง 4 ด้าน  เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทะเจ้า  ภาพเจดีย์พระบรมธาตุเป็นสัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัดสุราษฏร์ธานี และเป็นสัญลักษณ์ในธงประจำกองลูกเสือจังหวัดสุราษฏร์ธานี  พระเจดีย์พระบรมธาตุมีความสูงจากฐานใต้ดินถึงยอด 24 เมตร  ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ยอดเจดีย์ที่เดิมหักลงมาถึงคอระฆัง  พระพุทธรูปทำด้วยศิลาสูง  104 เซ็นติเมตร  ปางสมาธิประทับอยู่บนฐานบัว มีอายุอยู่ประมาณ พุทธศตวรรษที่ 11-12 แสดงถึงอิทธพลศิลปอินเดีย แบบราชวงศ์คุปตะ สกุลช่างสารนาถ  ในพุทธศตวรรษที่ 14 ได้สร้างพระโพธิสัต์อวโลกิเตศวร (พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี) สองกรสำริด  ประติมากรรมในชวา (ประเทศอินโดนีเซีย) ภาคกลาง จารึกหลักที่ 23 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสกุลวงศ์ ของกษัตริย์แห่งศรีวิชัย (ไชยา) และราชวงศ์ไศเลนทรในชวาภาคกลาง  ในพุทธศตวรรษที่ 15 ได้สร้างพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสองกรศิลา  ศิลปะจามพุทธ  และในสมัยอยุธยาได้สร้างพระพุทธรูปศิลาทราย ศิลปะอยุธยา สกุลช่างไชยา










                                                       ขออุทิศส่วนกุศลให้แก่สรรพสัตว์