วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ชมพระราชวังบางปะอิน


สวัสดีค่ะ  ท่านผู้อ่านทุกท่าน

ก่อนอื่นฉันต้องขอขอบคุณทุกท่านมาก ๆ ด้วยค่ะ  ที่ได้ติดตามอ่านบทความของฉันมาตลอด  ฉันจะดีใจและขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง  ถ้าท่านสละเวลาเขียนไปติเตียนกันบ้าง  เมื่อพบข้อความใดที่ไม่สมควรหรือไม่ถูกต้อง  บางครั้งภาษาหรือสำนวนที่เขียนอาจจะไม่ถูกต้องดีนัก  เพราะได้ห่างเหินการเขียนมานานมาก

ท่านผู้อ่านเคยไปชมพระราชวังบางปะอินมั้ยคะ ?   ถ้าท่านยังไม่เคยไปเลย  ฉันก็จะขอเชิญชมภาพสวย ๆ  เกี่ยวกับพระราชวังที่บล็อกนี้ก่อนนะคะ  แล้วเมื่อท่านมีโอกาสก็ค่อยไปชมของจริงกัน  ฉันเองก็เพิ่งจะได้เห็นพระราชวังบางปะอินจริง ๆ  เมื่อเดือนมีนาคม ศกนี้เอง  หลังจากที่ได้ไปชมวัดพระศรีสรรเพชญ์แล้วก็ได้เดินทางต่อไปยัง ต.บ้านเลน  อ.บางปะอิน  เพื่อชมความงามของพระราชวังบางปะอิน  เคยเห็นแต่รูปภาพ  พอไปเห็นจริง ๆ แล้ว  รู้สึกว่าของจริงสวยกว่าหลายเท่า  สถานที่กว้างใหญ่สวยงามและร่มรื่นมาก  มองไปทางทิศไหนก็งามตาไปหมด  ประทับใจมากเลยและภูมิใจมากด้วยล่ะ ที่ประเทศไทยของเรามีสถานที่เก่าแก่โบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา บรรพบุรุษสามารถทนุบำรุงรักษากันสืบต่อมาและยังสามารถใช้ประโยชน์ได้จนถึงปัจจุบันนี้ด้วย  พระมหากษัตริย์ในแต่ละรัชสมัย  ทรงมีพระปรีชาสามารถไม่ยิ่งหย่อน  พระองค์ทรงเห็นความสำคัญในการบูรณะสถานที่สำคัญ  ไม่เฉพาะแต่สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น  สถานที่พระราชวังโบราณก็ยังได้รับการบูรณะด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชนรุ่นหลังต่อไป

บางท่านอาจจะเคยไปชมพระราชวังบางปะอินมาแล้ว  แต่ก็อาจจะไม่ค่อยรู้ประวัติความเป็นมาของสถานที่สำคัญแห่งนี้มากนัก  หรือบางท่ารู้แล้วจะไม่อ่านก็ไม่เป็นไรจ๊ะ   ต่อไปนี้ก็จะขอเสนอประวัติย่อ ๆ  ของพระราชวังบางปะอินไว้ ณ ที่นี้ด้วย  เพื่อประโยชน์ของท่านผู้เข้าชมด้วยจ๊ะ

ประวัติ

มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งสมเด็จพระเอกาทศรถ ยังทรงดำรงพระยศพระมหาอุปราช  วันหนึ่งพระองค์ได้เสด็จประพาสทางชลมารค (ทางน้ำ)  เมื่อถึงบริเวณเกาะบางปะอิน เรือพระที่นั่งถูกพายุใหญ่พัด ทำให้เรือพระที่นั่งล่มลง  สมเด็จพระเอกาทศรถทรงว่ายน้ำขึ้นไปบนเกาะนี้  ซึ่งเดิมชื่อ "เกาะบ้านเลน"  และทรงประทับอยู่กับชาวบ้านที่นั่น

ในระหว่างที่ทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้น สมเด็จพระเอกาทศรถได้หญิงชาวเกาะเป็นบาทบริจาริกา มีนามว่า "อิน"  จึงเป็นเหตุให้คนทั่วไปเรียกเกาะนี้ต่อมาว่า "เกาะบางปะอิน"  ต่อมาเมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ ก็ทรงพานางอินกลับไปยังกรุงศรีอยุธยาด้วย  นางอินผู้นี้จึงได้เป็นพระสนมในเวลาต่อมา และมีพระราชโอรสด้วยกัน คือ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง

เมื่อปี พ.ศ.๒๑๗๕  หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างวัดขึ้นตรงบริเวณนิวาสสถานเดิมของพระมารดา และได้พระราชทานนามว่า  "วัดชุมพลนิกายาราม"  และได้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่ง  เพื่อฉลองการที่พระราชเทวีประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระนารายณ์ราชกุมาร  พระราชทานนามว่า  "พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์"  พระราชวังบางปะอินจึงเป็นสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในฤดูร้อนสืบเนื่องกันมา  จนกระทั่ง กรุงศรีอยุธยาได้เสียแก่พม่าเมื่อปี พ.ศ ๒๓๑๐ ซึ่งทำให้พระราชวังแห่งนี้ถูกปล่อยให้รกร้างไประยะหนึ่ง

ต่อมา พระราชวังบางปะอินได้กลับมาเป็นที่รู้จักกันอีกครั้ง  เมื่อสุนทรภู่ได้ตามเสด็จฯ  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้เสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี  ซึ่งเดินทางผ่านพระราชวังบางปะอิน และได้ประพันธ์ถึงพระราชวังแห่งนี้ใน "นิราศพระบาท" ว่า

                            รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว    ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล
                            สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน      กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง
                            อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่                 ได้ยินแต่ยุบลในหนหลัง
                            ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง       กษัตริย์ครั้งครองกรุงศรีอยุธยา

ครั้นต่อมา รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังกรุงศรีอยุธยา ประพาสผ่านพระราชวังบางปะอิน ทอดพระเนตรเห็นความร่มรื่นโดยรอบ เป็นที่ต้องพระหฤทัย อีกทั้งยังเป็นเขตพระราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระราชวังบางปะอิน โดยสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งเป็นที่ประทับ เรือนแถวสำหรับเจ้านายฝ่ายในหนึ่งหลัง  พลับพลาริมน้ำและพลับพลากลางเกาะ พร้อมทั้งปฏิสังขรณ์วัดชุมพลนิกายารามขึ้นใหม่

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพิจารณาเห็นว่า บางปะอินเป็นเกาะกลางน้ำ มีความเงียบสงบ มีเส้นทางการเดินเรือได้หลายทาง สมบูรณ์ด้วยพืชพันธฺุธัญญาหาร และเป็นสถานที่เสด็จประพาสของพระบรมชนกนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ  สำหรับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงใช้ประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย  พระราชวังบางปะอินปัจจุบันนี้อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง

พระราชวังบางปะอิน  ตั้งอยู่ในตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  อยู่ห่างจากเกาะเมืองลงมาทางทิศใต้ประมาณ ๑๘ กิโลเมตร

อ้างอิง  จากวิกิพีเดีย  สารานุกรมเสรี












                                               ขอขอบคุณทุกท่านค่ะ.....แล้วพบกันใหม่จ๊ะ


                                                         ..............................................