วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ปาฏิหาริย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่...
พ่อขุนราคำแหงมหาราช   คำว่า "รามคำแหง" แปลว่า พระรามผู้กล้าหาญ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์พระร่วง แห่งราชอาณาจัารสุโขทัย เป็นหระราชโอรสองค์ที่ ๓ ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์กับนางเสือง มีพ่อน้องด้วยกัน ๕ คน เป็นชาย ๓ คน เป็นหญิง ๒ คน พระองค์ได้เสวยราชย์เป็นเวลาประมาณ ๑๙ ปี  (พ.ศ.๑๘๒๒-๑๘๔๑)  ได้รวบรวมอาณาจักรจนกว้างใหญ่ไพศาล เป็นยุคที่เฟื่องฟูมาก พระองค์ได้ทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทย ทรงส่งเสริมด้านศิลปะและวัฒนธรรม  ในสมัยของพระองค์มีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีระบบการปกครองที่มีประสิทธิภาพ การติดต่อกับต่างประเทศทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีกินดี เจริญด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม การชลประทานและด้านศาสนา ได้ทรงขจัดอิทธิพลของเขมรไปจากกรุงสุโขทัย มีการปกครองระบบ "ปิตุราชาธิปไตย" หรือ "พ่อปกครองลูก" ซึ่งมีจารึกไว้ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง อ.เมืองเก่า จ.สุโขทัย

เรื่องปาฏิหาริย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช  ที่จะนำมาเล่าต่อไปนี้  เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านของฉันที่เมืองไทย ประมาณ ๒๐ ปีมาแล้ว แต่ก็ไม่ล้าสมัยนะคะ เพราะเป็นเรื่องที่ประทับใจที่ลืมไม่ลงของผู้ได้ประสบมาด้วยตนเอง  น้องสาวคนหนึ่งของฉันได้ไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อกลับมาถึงบ้าน ในตอนบ่ายกลางวัน ๆ นั้น น้องอีกคนหนึ่งกำลังหลับอยู่ ที่หน้าทางเดินขึ้นบันไดบ้านชั้นบน  ขณะนั้นน้องสาวที่เพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ ได้เห็นน้องสาวคนที่กำลังหลับอยู่นั้น มีอาการกระตุกที่คอ เหมือนกับว่ามีคนเอามือดึงหนังที่คอขึ้น ๆ ลง ๆ  เห็นเนื้อที่คอกระตุกอยู่สักครู่ เขาจึงปลุกให้ตื่นขึ้น  พอตื่นขึ้นมา น้องคนนี้ได้เล่าว่าเขาฝันเห็น "พ่อขุนรามคำแหง" ท่านมาในชุดเครื่องแบบนักรบ ในมือถือดาบ มายืนดูอยู่และเอามือจับคอหอย ดึงขึ้นดึงลง เขาถามน้องที่ไปสมัครเรียน "ม. รามคำแหง" ว่า "ไปเอาอะไรมา พ่อขุนรามฯ ท่านตามมาทวง" น้องตอบว่า "เอากระดุมเสื้อสำหรับที่จะใส่ไปเรียนมา" ด้วยความกลัวและคิดว่า ตนเองคงจะทำผิดถึงกับพ่อขุนรามคำแหงตามมาถึงบ้าน  น้องฉันคนนี้เลยตัดสินใจนำกระดุมเสื้อไปคืนที่ ม.รามคำแหง แล้วก็ไม่ไปเรียนที่นั่นด้วย เพราะว่าคงจะไม่ใช่ที่ท่ี่ตนจะเรียน   ชาติก่อนเขาคงไม่เคยเกี่ยวข้องกับสถานท่ี่ของพ่อขุนรามคำแหงมาก่อน ชาตินี้จึงไม่สามารถเรียนให้สำเร็จได้ดังปรารถนา จึงได้หันไปเรียนอย่างอื่น

มีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันได้ประสบมากับตนเอง เวลาฉันอยากจะมีรายได้พิเศษจากการสอนหนังสือทีไร ฉันจะขอพ่อขุนรามคำแหงช่วยดลจิตดลใจให้คนมาเรียน  เคยขอท่าน ขอคนมาเรียนสัก ๕ คน ไม่น่าเชื่อเลยแปลกแต่จริง  คนไทยที่เขาไปอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ใหม่ ๆ เขาต้องการเรียนภาษาเยอรมันกับครูคนไทย พ่อขุนรามท่านเมตตาฉันมากเลย ฉันได้จำนวนนักเรียนตามที่ขอ คือนักเรียนมา ๕ คน แต่ยังอยู่ในท้องแม่อีกสองคน นอกจากนั้นท่านยังเมตตาให้ฉันได้สถานที่ตั้งโรงเรียนโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า  คือห้องประชุมในร้านอาหารของฝรั่ง ซึ่งปกติจะต้องเสียค่าเช่าเป็นชั่วโมง จากนั้นมาฉันก็มีคนไทยมาเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ไม่เคยว่างเลย และยังเปิดสอนภาษาไทยให้กับชาวสวิสอีกด้วย ก็เพราะพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงนี่เอง ฉันจึงคิดว่าควรที่จะนำมาเล่าเผยแพร่ให้ทุกท่านได้ทราบกัน ข้าพเจ้าขอถวายบทความนี้ต่างดอกไม้ ธูป เทียน กราบถวายบังคมแด่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช